มนุษย์ลิขสิทธิ์

ก่อนล้มตัวลงนอนเมื่อคืน พกพาความกังวลเข้าสู่นิทราด้วย เรื่องราวต่างต่างมากมายที่ครุ่นคิดยามลืมตาตื่นติดตามไปในความฝัน หล่อหลอมให้เกิดภาพฝันที่ผสมปนเปเป็นเรื่องราวน่าสะเทือนใจเมื่อตื่น
กดโทรศัพท์ไปหาอดีตชายคนหนึ่ง ที่อดีตเคยมาวนเวียนส่งเสียงมายามค่ำคืน เสียงหญิงสาวที่รับสายเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวประชดประชันเพียงได้ยินเสียงฉันส่งผ่านไป ณ โลกแห่งความจริงรับรู้ตั้งแต่หัวค่ำแล้วว่าชายคนนั้นตกลงปลงใจเลือกหญิงสาวคนหนึ่งเป็นแฟน อีกทั้งฉันไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายคนนี้ แม้การโทรไปเป็นการโทรไปทักทายอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อเจอฤทธิ์อาการหึงของจากผู้หญิงเข้าจริงๆแล้ว รู้สึกเสียววาบในหัวใจ แค่เพียงในฝันยังหวาดกลัวเพียงเท่านี้ คิดไม่ออกและไม่อยากจะคิดว่าในชีวิตจริงจะเป็นเช่นไร แม้ก้าวเข้าสู่วันใหม่ และรับรู้ถึงสิ่งที่ผ่านไปเป็นเพียงแค่ฝันก็ยังแทบทำใจมิได้ นึกตัดพ้อไปยังชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง...ถ้าหากว่ามีคุณ ฉันคงไม่น้ำตาปิ่มด้วยเรื่องแค่นี้ ปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นแค่ฝัน ผู้ชายและผู้หญิงคนนั้นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉันในชีวิตจริง

มิตรภาพและความเป็นเพื่อนคืออีกเรื่องราวหนึ่งที่ต้องขบคิด มิตรภาพที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งและเปราะบางไปในเวลาเดียวกัน มิตรภาพซึ่งบางครั้งต้องประคับประคองซะยิ่งกว่าไข่ในหิน เพราะใครใครคงล้วนไม่อยากเสียเพื่อนที่รู้จักกันมากว่าครึ่งชีวิต

มีบางคนเคยบอกว่าฉันเป็นสาวอ่อนหวานจากการอ่านไดอารี่ เหล่าพี่ที่ทำงานก็มองว่าฉันเป็นยัยเด็กน้อยจอมซน แก่นๆ แถมช่างแต่งตัว เพื่อนที่สนิทชิดเชื้อพอที่ฉันจะไม่ต้องเก๊กเวลาอยู่ด้วยกัน ก็จะว่าฉันติ๊งต๊อง เพื่อนของเพื่อนที่เคยเจอฉันครั้งแรก แอบกระซิบว่าฉันเป็นคนที่ดูมั่นใจ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของใช้ต่างๆล้วนแสดงออกถึงความเป็นฉัน
แต่บางครั้งฉันรู้ว่าฉันเป็นคนที่ขี้เกรงใจคน ฉันขี้กลัว ท้ายสุดเลยยอมอ่อนให้ใครต่อใคร จนหลายต่อหลายครั้งฉันพบว่าตัวเองอ่อนแอ แค่เพียงเสียงดังนิดฉันก็ลนลานในใจ ท่าทีบึ้งตึง โกรธขึง หรือนิ่งงันไปของเพื่อนบางคน ก็ทำให้ฉันร้อนรนได้แล้ว ฉันเป็นอย่างนี้มานาน นานจนเคยชิน นานจนไม่รู้ตัวเองว่านี่คือฉัน เมื่อถึงวันหนึ่ง เมื่อมีคนชี้นำ มาพูดถึงสิ่งที่ฉันกำลังเป็น จึงเป็นการปลุกให้ฉันรู้สึกตัว สิ่งที่ใครคนนั้นพูดมาถูกเกือบจะทั้งหมด และทำให้ฉันอาการวืดลงฉันพลัน เธอเปรียบเทียบฉันว่า...ฉันเป็นลิขสิทธิ์ของเพื่อนคนหนึ่ง ลิขสิทธิ์...เธอใช้คำพูดน่าฟัง ลิขสิทธิ์...ความหมายมันสะเทือนใจฉัน สินค้ามีลิขสิทธิ์ คงจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีตรารับประกัน เป็นต้นตำรับ ห้ามลอกเลียนแบบ แต่เมื่อมนุษย์เรากลายเป็นมีลิขสิทธิ์ขึ้นมาแล้วนี่ซิ

ฉันเป็นมนุษย์ลิขสิทธิ์ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องรู้ว่าไปไหนมาไหน ฉันเป็นมนุษย์ลิขสิทธ์ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องรู้ว่าวันนี้จะไปไหนมาไหนกับใคร ฉันเป็นมนุษย์ลิขสิทธิ์ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องรู้ว่าฉันบังเอิญไปเกี่ยวข้องกับพวกพ้องเค้ารึเปล่า มนุษย์ลิขสิทธิ์ที่หวาดกลัว จิตตก เมื่อรับรู้ว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่พอใจ

มนุษย์ต่างกำเนิดมามีค่าความเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ในชีวิตของใครคนใด เป็นเจ้าชีวิตของใคร แม้แต่พ่อแม่ที่ให้กำเนิดมา ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องส่งต่อการดูแลเราให้คนอื่นต่อไป

ความเป็นเพื่อนสอนบทเรียนอะไรให้แก่คนเราหลายๆอย่าง รวมไปถึงการอยู่ร่วมกันในสังคม การให้เกียรติกัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน ความไว้วางใจซึ่งน่าจะเพิ่มพูนขึ้นเมื่อวันเวลาผ่านไป เพื่อนสอนให้เรารู้จักมิตรภาพที่ไม่ขีดแบ่งเส้นสังคมว่าใครจะมาจากครอบครัวเช่นไร แต่เมื่อมาอยู่ร่วมกัน ความเป็นเพื่อนน่าจะบอกเราเองว่าเราควรปฏิบัติตัวกับสังคมใหม่เช่นไร

ถ้าตอนนี้มีสิ่งมีชีวิตใดหลุดเข้าไปนั่งเล่นอยู่ในใจฉัน สิ่งนั้นคงจะได้รับผลพวงจากสายธารแห่งความอึดอัดใจเจียนจมตัวตาย การเป็นลิขสิทธิ์ของใครทำให้ฉันลำบากใจในการใช้ชีวิต การลักลอบเป็นดั่งของเถื่อนทำให้ฉันต้องหลบๆซ่อนๆบางช่วงของชีวิต ฉันไม่ปรารถนาจะเป็นมนุษย์ลิขสิทธิ์เท่าๆกับลักลอบกระทำดั่งมนุษย์เถื่อน แต่จะโทษสิ่งใดเล่า เมื่อฉันอ่อนแอเอง จะโทษสิ่งใดเล่า เมื่อฉันยอมลงให้เค้าเองเสมอมา

หากพรุ่งนี้ ถ้าลุกขึ้นมาทำตัวกระด้างกระเดื่อง หากพรุ่งนี้ ถ้าเกิดทำอะไรไม่สบอารมณ์คนที่ชื่อว่าเพื่อน หากพรุ่งนี้ ฉันอยากมีอิสรภาพต่อการใช้ชีวิตในบางส่วน หากพรุ่งนี้ ฉันต้องการทำตามความต้องการของฉัน โดยไม่ต้องรายงานใคร อิสรภาพนี้ ต้องแลกมาด้วยการทำร้ายเพื่อนเชียวหรือ

ฉันเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง

ฉันไม่อยากเป็นมนุษย์ลิขสิทธิ์ของใคร

|