บันทึกการเดินทาง : หัวหิน

เช้าของวันอาทิตย์ที่ยี่สิบเจ็ดมีนาคม
ฉันหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ใหญ่เกินกว่าจะเรียกได้ว่าค้างคืนเดียว
โบกแท๊กซี่อย่างรีบเร่งเพื่อไปให้ถึงสถานีขนส่งสายใต้ภายในครึ่งชั่วโมง
เนื่องจากรถทัวร์ที่เพื่อนฉันจองไว้จะออกภายในครึ่งชั่วโมงนี้แล้ว


การจราจรเช้าวันอาทิตย์ ณ กรุงเทพมหานคร เป็นดังที่ฉันคาดไว้
อีกประมาณยี่สิบนาที ฉันก็ไปนั่งหน้าแป้นกับหนึ่งเพื่อนสาวบนรถเรียบร้อย
จุดหมายของการเดินทางครั้งนี้ คือ หัวหิน


อันที่จริงฉันมีทริปทะเลที่ตั้งใจไปอยู่หลายที่มาก
แต่ฉันไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมครั้งนี้ฉันเลือกที่จะไปหัวหิน
เหตุผลแรกที่ฉันบอกและยืนยันกับเพื่อนว่าจะไปที่นี่ คือ ฉันไม่เคยไป
จนเมื่อมายืนอยู่ริมหาดทราย เห็นม้าเดินผ่านไปมา
ฉันพึ่งจำได้ว่าพ่อเคยอุ้มฉันขึ้นหลังม้าที่นี่เมื่อสิบกว่าปีก่อน
และอีกสองสามครั้งได้ที่ฉันได้แวะเวียนผ่านมาที่นี่


เพื่อนๆและพี่ชายคนหนึ่งที่หัวหินถามฉันตั้งแต่ก่อนมา
ว่าฉันคาดหวังอะไร หรืออยากไปเที่ยวไหนจากการมาหัวหินครั้งนี้
ฉันตอบเพียงว่า ไม่หวังอะไร นอกจากการหลบหนีชีวิตของมหานคร
มาสัมผัสพื้นทราย นั่งมองฟ้า มองคลื่น และเกยตื้น

 

 

บันทึกการเดินทาง หัวหิน
รูปชายหาดหัวหินบริเวณหน้าร้าน Let's sea


ประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง รถก็ถึงยังจุดหมาย...หัวหิน
สามชั่วโมงจากกรุงเทพสำหรับฉัน ดูเหมือนไม่ยาวนานเท่าไรนัก
เนื่องจาก ฉันหลับ และไม่รับรู้สภาวะรอบข้างมาเกือบตลอดทาง
มาตาลุกวาวและส่งเสียงตื่นเต้นเอาก็เมื่ออีกไม่กี่กิโลเมตรจะถึงหัวหิน
เนื่องจาก ฉันเห็นวัวข้างทาง -__-" (นานนานฉันถึงจะเห็นวัวเป็นเป็นซะที)
และ รถลอดอุโมงค์ -__-"(ไม่คิดว่าก่อนถึงหัวหินจะมีอุโมงค์ด้วย)


ที่ท่ารถฉันนัดอีกหนึ่งเพื่อนสาวไว้ที่นั่น
ครั้งแรกที่ตกลงจะมาหัวหินกัน เธอคนนี้ก็กะว่าจะร่วมเดินทางพร้อมกันมาจากกรุงเทพ
แต่เธอมีภารกิจกับครอบครัวต้องไปราชบุรีก่อน จึงได้แจ้งความจำนงว่าจะมาเจอกันที่นี่
ครั้นไปถึงราชบุรี กลับไม่มีรถทัวร์มาหัวหินดังตั้งใจ เธอจึงต้องเปลี่ยนแผนขับรถมาเอง


พี่ชายที่ฉันคุยด้วยมาได้ประมาณสามเดือนซึ่งมีภารกิจประจำที่หัวหินประมาณสองปีนัดหมายว่าจะมารับฉันที่ท่ารถ
นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของฉันกับพี่ชายคนนี้ แต่ฉันไม่ยักกะตื่นเต้นเท่าที่ควร
พี่ชายบอกว่าจะพาเพื่อนมาด้วยอีกคน ซึ่งเพื่อนพี่ชายซะอีกที่ฉันเคยเจอมาแล้วเมื่อเกือบสองปีก่อน
แล้วเพื่อนๆของฉัน ต่างก็รู้จักเพื่อนของพี่ชายเป็นอย่างดี
ไปไปมามา มันก็เหมือนวนกันอยู่ตรงนี้ รู้จักกันไปรู้จักกันมา อยู่ในสังคมเดียวกัน
...หนีกันไม่พ้น


ก่อนจะเข้าเช็คอินที่โรงแรม พวกเรารวมห้าคนก็แวะเติมพลังที่ร้าน"บ้านกรวิก"
เพื่อนอันแสนดีทั้งคู่ต่างพากันทิ้งฉันไปนั่งกันอีกคัน ปล่อยให้ฉันนั่งไปกับสองหนุ่มลำพัง
(เอ๊ะ! สามคนนี่เรียกว่าลำพังได้รึเปล่าหว่า)
อาหารมื้อแรกที่หัวหินของฉัน คือ ข้าวผัดไก่ (มากินไกลจัง กรุงเทพไม่มีกินหรือไงเนี่ย)
ส่วนเครื่องดื่ม ก็คงเป็นชาเย็น ที่ฉันมักจะสั่งบ่อยๆไม่ว่าจะที่ไหน
ฉันคงเป็นโรคติดชา เหมือนที่ใครคนอื่นๆเค้าติดกาแฟไปซะแล้วหละ


โรงแรมชมวิว คือ ที่ที่ฉันจะไปพักสำหรับทริปสั้นๆ(หนึ่งคืน)นี้
บรรยากาศของโรงแรมน่ารัก ดูเป็นกันเองอย่างยิ่ง
ไม่เสียแรงที่พี่ชายตัดสินใจมัดมือชกเลือกโรงแรมนี้ให้ฉัน
(คงเห็นว่าฉันเรื่องมากเหลือเกิน เปลี่ยนไป เปลี่ยนมาอยู่นั่น)

 

 

บันทึกการเดินทาง หัวหิน
สองตัวนี้เป็นแฟนกัน เดินจีบกันตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ เช้าวันจันทร์ฉันก็เห็นยังจีบกัน แล้วก็...



เก็บของเข้าห้องพักเสร็จ เราก็เดินสำรวจโรงแรมพร้อมกล้องถ่ายรูปสามตัว
และไปปักหลักเป็นเหล่านางแบบ นายแบบ อยู่ขอบสระว่ายน้ำของโรงแรม ซึ่งเบื้องหน้าคือท้องทะเล
มีฝรั่งนุ่งทูพีชนอนอาบแดดอยู่เต็มไปหมด แต่พวกเราก็บ้าถ่ายรูปอยู่นั่น ไม่สนใจใคร
เมื่อจุใจแล้วจึงเคลื่อนย้ายไปร้าน "Let's sea" ที่อยู่ถัดจากโรงแรมไม่ไกลนัก
ร้านนี้บรรยากาศน่ารักมาก มีเก้าอี้โยก เก้าอี้ผ้าใบหันหน้าออกสู่ทะเล ให้เราได้นั่งรับลม
ทำให้เรายังคงดำเนินการเก็บภาพสวยๆอย่างไม่หยุดยั้ง


บันทึกการเดินทาง หัวหิน
สระว่ายน้ำของโรงแรมที่ฉันไปลอยคอเล่น


พี่ชายทั้งสองพาพวกเรากลับมาส่งที่โรงแรม เพราะมีธุระต้องไปทำ
และนัดหมายเวลาอาหารค่ำไว้ว่าให้ไปเจอกันประมาณห้าโมงกว่าๆ
เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆที่พี่ชายปล่อยพวกเราอยู่ที่โรงแรม
เพื่อนสาวที่ต้องขับรถเองมาแต่ราชบุรี ขอตัวพักผ่อนอยู่ข้างบน
ฉันกับอีกหนึ่งเพื่อนสาว เลยลงไปเล่นน้ำอย่างสำราญใจตรงสระริมทะเล
ฉันไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำมาเป็นปีปี ไม่ได้เล่นน้ำสระมาเป็นปีปี
เลยดำผุดดำว่ายอย่างสำราญใจ ไม่เกรงกลัวแดด กลัวลมอย่างเคยเคย
ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆจึงรีบขึ้นมาอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปตามนัด


ตอนเย็นเราไปทานข้าวที่ร้าน "ลาแมร์"บรรยากาศดีมาก ร้านอยู่บนเขาติดทะเล
มองไปเห็นชายหาดหัวหินทอดตัวโค้งยาวไปไกล เห็นโรงแรมที่เราพักด้วย
อาหารอร่อย แต่ด้วยความซุ่มซ่ามที่ฉันทำปากตัวเองเป็นแผลตั้งแต่ก่อนมาสามแผล
ฉันเลยนั่งกินอาหารทะเลด้วยอาการสำรวม และระวังอย่างยิ่ง เพราะมันแสบมากกกก
เสร็จจากมื้อเย็นก็เกือบจะสองทุ่ม อาการอยากร้องเกะกำเริบ (ทำอย่างกับกรุงเทพไม่เคยร้อย)
เลยไปลงเอยที่ห้องคาราโอเกะ ที่ร้าน ร้านอะไรหว่า จำชื่อไม่ได้แล้ว
ราคาค่าห้องต่อชั่วโมงพอรับได้ แต่เครื่องดื่มราคาแพงสุดยอด
น้ำเปล่าที่ฉันเคยกินที่มหาลัยขวดละสี่บาท โค๊กขวดละเจ็ดบาท ที่นี่ทำให้เป็นห้าสิบบาทได้
ที่รู้สึกเจ็บใจสุดเห็นจะเป็นน้ำแข็งถังละหนึ่งร้อย
แบบรู้สึกเสียท่ามากที่เคยเป็นแฟนกับลูกชายเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง
(สมัยก่อนแค่ไปทานข้าวกับอีตาสายลม แค่น้ำแข็งถังละยี่สิบถึงสามสิบพี่แกก็บ่นอุบแล้ว)
ที่สำคัญ เรายังไม่ได้แตะโค๊กกับน้ำอีกขวดเลย ก็มีธุระให้ต้องรีบเช็คบิลออกอย่างรวดเร็ว
เพื่อเหยียบคันเร่งไปให้ถึงค่ายธนะรัชต์ที่ปราณบุรีซึ่งห่างออกไปเกือบยี่สิบกิโลเมตร
เนื่องจากเพื่อนพี่ชายหนึ่งคน และเป็นเพื่อนของพวกฉันกับเพื่อนๆด้วยแหละ
มีภารกินต้องเดินทางจากทางอีสานลงไปประจำที่ใต้หนึ่งปี และพักค้างแรมที่นี่หนึ่งคืน
กว่าเพื่อนจะเดินทางมาถึงปราณบุรีและประชุมเสร็จก็เกือบสองทุ่ม
และต้องออกเดินทางต่อตอนเจ็ดโมงเช้า

 

To be continued....

     Share


บันทึกการเดินทาง หัวหิน

<< ถดถอยบันทึกการเดินทาง : หัวหิน (ตอนจบ) >>

Posted on Tue 29 Mar 2005 16:29

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง