บันทึกการเดินทาง : หัวหิน (ตอนจบ)

เช้าตรู่ของวันจันทร์ จากที่ทุกคนตั้งใจว่าจะตื่นกันให้สายสมกับวันหยุด หกโมงกว่าๆพวกเราก็พาตัวเองลงมานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลกันแล้ว จากที่ฉันบอกกับใครใครว่า ฉันยอมเปียกน้ำแค่ครึ่งขาเท่านั้น แต่ไปไปมามา กลับเป็นฉันคนแรกที่ลงไปนอนกลิ้งเกลือกให้คลื่นซัดริมหาด และชักชวนคนอื่นๆให้ทำตาม จะได้เปียกปอนกันถ้วนหน้า

ฉันชอบความรู้สึกในช่วงเวลาเหล่านั้นมาก นึกถึงชีวิตวุ่นวายตามปกติของวันจันทร์ ทุกคนคงต่างรีบเร่งไปทำงานกัน พี่พี่ที่ออฟฟิตคงคุยกันโขมงดังเช่นทุกเช้าตามปกติ แต่ฉันกลับได้มีโอกาสมานั่ง นอน เล่นทราย เล่นคลื่นอยู่ตรงนี้ เบื้องหน้า คือ ท้องทะเล ขอบฟ้า และแสงเรืองๆที่กำลังจะขึ้นสู่ขอบฟ้าของดวงอาทิตย์ หากหันหน้าเข้าฝั่ง เบื้องหลังก็ยังมีพระจันทร์สีเงินที่ยังไม่ลาลับแผ่นฟ้า

เกือบเจ็ดโมง พวกเรากลับขึ้นห้องพัก เปลี่ยนชุดว่ายน้ำมาแหวกว่ายอยู่ที่สระต่อ ประมาณแปดโมงถึงได้ฤกษ์ขึ้นมาอาบน้ำและลงไปทานอาหารเช้ากัน จากนั้นจึงขึ้นมาเก็บกระเป๋า และห้องที่รกอย่างแรงงงงง เมื่อแพคของลงกระเป๋าเรียบร้อย ฉันเริ่มตาปรือ แต่แม่เพื่อนทั้งสองกลับชักชวนกันว่า "ไปเถอะ ไปเช็คเอ๊าท์กัน" (เวง! ง่วงจะตาย นึกว่าจะได้งีบอีกสักชั่วโมง นี่พึ่งเก้าโมงกว่าเองนะ)

เช็คเอ๊าท์เสร็จเพื่อนสาวเป็นสารถีขับรถพาไปตลาด ซื้อของที่คุณนายฝากซื้อ เสร็จแล้วพวกเราก็พากันไปรับพี่ชายแถวหน้าวัง เพื่อจะพาไปชะอำ ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ฉัน เพื่อนสาวทั้งสอง และพี่ชาย ก็มานั่งตาก-ลมอยู่ริมหาดชะอำ ลมพัดทะเลพัดเย็นสบาย แต่ก็พากลิ่นอายของทะเล และความเหนียวตัวมาสู่พวกเรา ฉันก็นั่งกิน เอ๊ย!รับประทาน นอนรับประทาน พร้อมทั้งเขียนโปสการ์ดอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ

เกือบเที่ยง จึงเริ่มเคลื่อนย้ายหาร้านสำหรับอาหารมื้อกลางวัน ซึ่งก็ไปลงเอยที่ร้าน "ปลาทู" ร้านนี้ก็อยู่ติดทะเลเหมือนกัน แม่สารถีสาวของฉันเล่าให้ฟังว่า ครั้งนึงที่มาเที่ยวหัวหินเคยมาทานข้าวกับเพื่อนๆที่นี่ตอนค่ำค่ำ ทางร้านเอาโต๊ะไปตั้งบนหายทราย แทบสัมผัสเกลียวคลื่นได้เลย แต่ผลปรากฏว่า ลมทะเลพัดแรงมากกก อาหารการกินแทบปลิว ตักข้าวข้าวปากนี่ยังจะปลิวออกจากช้อนเลย มื้อนั้นฉันยังอิ่มมาจากมื้อเช้าพอดู เลยแตะนั่นแตะนี่ไปนิดเดียว ที่ร้านมีไอศครีมเมนูหน้าตาน่ารักเหมือนในกรุงเทพให้ฉันดูด้วย นั่นแหละค่ะ มีให้ดูจริงๆ มีให้ดูเฉยๆ เพราะพอฉันสั่งอันนั้นอันนี้ก็ไม่มีสักอย่าง รูปตุ๊กตาหิมะ ที่มีเยลลี่รองก็ไม่มี รูปตัวตลกตกแต่งด้วยครีมก็ไม่มี รูปสัตว์ตัวนั้นตัวนี้ก็ไม่ ไม่มี ไม่มี ไม่มี เครื่องไม่ครบ..คนที่มารับออร์เดอร์บอก ผลสุดท้ายตกลงใจว่าเอาไอติมรสมะนาวฟรุตสลัดก็ได้ มีใช่ไม๊ ซึ่งได้รับคำตอบว่ามี ฉันก็จินตนาการฟรุตสลัดแบบที่ฉันเคยกินในกรุงเทพ ที่มีผลไม้ต่างๆในน้ำเชื่อม ปรากฏว่าฟรุตสลัดที่นี่เอามะละกอกับแตงโมงมาะหั่นเป็นชิ้นเล็กมากกกกก แล้วราดมาบนไอติม -__-" เห็นแล้วอื้งพอดู โอ้!นี่หรือฟรุตสลัด เอาก็เอาฟระ ทำไงได้ แต่พอเช็คบิลแล้วอาหารร้านนี้ไม่แพงนะ ย่อมเยาว์กว่าที่คิดไว้แยะ

เสร็จจากมื้อเที่ยง พวกเราสามสาวก็กลับไปส่งพี่ชายตรงบริเวณจุดที่รับมา กล่าวคำขอบคุณ ร่ำลา แล้วก็บ่ายหน้าเข้าสู่กรุงเทพ อันที่จริงฉันง่วงเหลือหลาย และคิดว่าขึ้นรถคงต้องหลับแน่ แต่แม่สารถีต่างสั่งเพื่อนไว้ว่า ห้ามใครหลับเด็ดขาด ต้องนั่งอยู่เป็นเพื่อนกันจนถึงกรุงเทพ ฉันนั่งอยู่ข้างหลังเลยโผล่หน้าสลอนไปทำตาปรือ คุยนั่นคุยนี่ตรงระหว่างคนขับกับคนนั่งข้างๆตลอดเวลา ระหว่างทางก็แวะ outletซึ่งของก็ไม่ถูกและน่าสนใจเท่าไร จึงได้แต่ขนมมาฝากแม่ และก็มาแวะอีกทีที่ปั๊มแห่งหนึ่งซึ่งมีร้านกาแฟเล็กๆ เพราะแม่สารถีสาวง่วงเหลือเกิน หลังจากนั้นเราก็ขับรถยาววววววมาถึงกรุงเทพ

ฉันกลับถึงบ้านเกือบหกโมง อาบน้ำเสร็จฉันตั้งท่าจะนอนเลย แต่พี่ชายก็ดันโทรมาบอกว่าพึ่งตื่น คุยไปได้สักพักฉันขอตัวงีบก่อนหละ เพราะไม่ไหวแล้ว และจากนั้นก็เข้าสู่นิทราจนถึงกลางดึกที่พี่ชายโทรมาอีกรอบ ฉันตื่นมาคุย คุย คุย จนคิดว่าละเมอมาคุยรึเปล่าหว่า เพราะตอนนี้ก็แทบจำรายละเอียดที่คุยไม่ค่อยได้ จากนั้นจึงหลับต่อ และหลับยาวจนถึงเช้า

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ฉันชอบไปทะเลจังเลย
|