ครั้งที่เรายังเล็ก ผู้ใหญ่มักจะไถ่ถามถึงความฝันของเราบางคนอาจจะมีคำตอบหนึ่งเดียวในหัวใจ และพยายามไปให้ถึงความฝันนั้นให้ได้แต่คงยังมีอีกหลายคนที่ความฝันเปลี่ยนไปตามวันเวลาเติบโตขึ้น พบเจออะไรมากขึ้น และรับรู้ว่า...บางครั้ง เราไม่สามารถได้อะไรทุกอย่างดังฝันความฝันจึงปรับแปรรูปไปเรื่อยเรื่อย
ฉันว่า ความฝันในวัยเด็กเป็นวัยที่งดงามจินตนาการได้กว้างไกล ฝันได้เท่าที่ต้องการหัวใจสีขาว หัวใจบริสุทธิ์ มองโลกกว้างอย่างขาวสะอาดแต่เมื่อเติบโตขึ้น ถูกพัดพาไปตามกระแสแห่งสังคม และโชคชะตาเจอทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายปะปนกันไปความสุขใจยังคงประทับอยู่เรื่อเรื่อข้างในส่วนความเศร้าโศกอาจค่อยค่อยเลือนหายไปตามกาลเวลาแต่ทว่าความเจ็บปวดก็ยังคงถูกซ่อนไว้ลึกลึกอย่างแนบเนียนดำเนินชีวิตไปตามปกติ ดังเช่นไม่รู้สึกอะไร ดังเช่นลืมเลือนไป
ครั้งยังเด็ก ความฝันของฉันอาจจะเป็นท้องทุ่งดอกไม้สุดลูกหูลูกตาฉันสามารถเดินไปชื่นชมได้อย่างไม่จำกัดขอบเขตครั้นเติบโต รับรู้ ประสบพบเจอเรื่องราวต่างๆมากขึ้นทุ่งดอกไม้ของฉันกลับหดแคบลง แคบลง และแคบลงเรื่อยๆฉันไม่อาจหาญกล้าเดินไปไกลกว่าบริเวณทุ่งทานตะวันเพราะบางทีอดคิดไม่ได้ว่าทุ่งคาร์เนชั่นคงไม่เหมาะสมกับฉันผู้คนในท้องทุ่งแห่งนั้นอาจมองฉันด้วยสายตาดูแคลนพวกเขาอาจเกรงกลัวมือที่เปรอะเปื้อนของฉันกลัวว่าฉันจะไปสัมผัสเอากลับบองบางของดอกไม้ของพวกเขา
ฉันเริ่มขีดเส้นขอบเขตความฝันของตัวเองเงียบเงียบเลือกลด ตัดทอนสิ่งที่คิดว่ามิอาจถือครอง และเรียกร้องได้ในอดีตฉันอาจเลือกที่ทำบางอย่างไป ให้ได้ถึงยังฝันในวันนั้นสิ่งที่เลือกไปในวันนั้นมันอาจขัดกับสิ่งที่ฝันในวันนี้แต่ฉันก็ไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ฉันไม่อาจก้าวข้ามไปออกไปจากขอบรั้วที่ล้อมอยู่ได้หากอยากชื่นชมดอกไม้ยังท้องทุ่งข้างข้าง คงมีเพียงสองวิธี...ปีนรั้วลวดหนามข้ามออกไป ...หรือไม่ก็เฝ้ารอให้เกสรดอกไม้ที่ท้องทุ่งนั้น พัดปลิวมาตกยังท้องทุ่งของฉัน เติบโตเป็นดอกไม้ของฉัน
Tweet Share